ผิวพรรณที่ดี ดูสวยงาม เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดจากการดูแลผิวที่ดี จนทำให้ปัจจุบันการบำรุงผิวพรรณด้วยครีมบำรุงให้สวยงามต่างก็มีการโฆษณาแข่งขันกันมากมาย ทำให้ครีมบำรุงผิวบางชนิดมีราคาแพงจนหลายๆ คนไม่สามารถซื้อหามาใช้ได้ แต่วันนี้เรามีวิธีการดูแลผิวให้สวยใส ด้วยวิธีง่ายๆ แบบธรรมชาติ ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทองในกระเป๋ากันมากนัก แต่ก่อนอื่นเลยก็ต้องมาดูสาเหตุที่ทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรม แก่ชรา หมองคล้ำ เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ กันเสียก่อนว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไรบ้างเพื่อที่เราจะได้หาทางป้องกันและแก้ไขได้ถูกวิธี

สาเหตุทำให้ผิวแห้งเสีย

1. แสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดสามารถทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้เพราะแสงแดดเป็นตัวทำลายคอลลาเจนที่เป็นเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ประสานเซลล์ผิวหนังเข้าด้วยกันและไฟเบอร์อีลาสตินในผิวหนังจะหนาขึ้นเมื่อได้รับแสงแดดมากเกินไปหลายๆ คน โดยเฉพาะฝรั่งที่นิยมอาบแดดทำผิวสีแทน อาจจะเป็นที่นิยมแต่ก็ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผิวหนังและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังด้วย ส่วนกลไกการเกิดผิวสีแทนนั้น เมื่อผิวหนังของเราโดนแสงแดดจะไปกระตุ้นเม็ดสีเมลาโนไซท์ให้ปล่อยเมลานินออกมาและเม็ดสีจะย้ายไปอยู่ที่พื้นผิวของผิวหนังและทำให้เกิดสีน้ำตาลขึ้น เพื่อปกป้องผิวจากการถูกทำลายโดยแสงแดดนอกจากนี้ความร้อนจากแสงแดดยังเป็นตัวทำให้น้ำมันที่เคลือบผิวหนังลดน้อยลงอีกด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังลอกเป็นสะเก็ดและแห้ง

2. อากาศแห้ง อย่างฤดูหนาว ความชื้นในอากาศจะต่ำลงเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งหยาบ ส่วนลมหนาวจะเป็นตัวทำให้ผิวแห้งแตกและดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวหนัง ดังนั้นเมื่ออากาศหนาวๆ เราจึงจำเป็นต้องทาโลชั่นป้องกันผิวไว้ทั้งตัว ส่วนเครื่องทำน้ำอุ่นก็ทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน นอกจากนี้เครื่องปรับอากาศในเมืองร้อนและอากาศเทียมบนเครื่องบินก็ทำให้ผิวแห้งได้ด้วย เราจึงจำเป็นต้องทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ทั่วผิวด้วย
3. อากาศหนาว อากาศที่หนาวจัดจะทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ไม่ดีนัก เราจึงจำเป็นต้องมีการออกกำลังบริหารร่างกายเพื่อกระตุ้นเลือดให้ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายรวมถึงผิวหนังด้วย และควรสวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่น รวมทั้งการปรับอุณหภูมิของน้ำอุ่นที่ใช้อาบให้เย็นขึ้น
4. มลภาวะในอากาศ ฝุ่นควันเสีย ควันจากอาหาร ฯลฯ จะทำให้มีสารตกค้างที่ผิวหนังจนส่งผลทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรมและดูหมองคล้ำ ซึ่งปกติแล้วเยื่อหุ้มเซลล์จะเป็นด่านป้องกันที่สำคัญของร่างกายและมีหน้าที่ตัดสินว่าสารตัวใดที่ควรหรือไม่ควรจะนำเข้าสู่ร่างกาย สารอันตรายจะถูกกันออกจากเซลล์โดยเยื่อหุ้มเซลล์ได้ในปริมาณหนึ่ง แต่ถ้ามากเกินไปก็จะกันไม่ได้ (สารอนุมูลอิสระสามารถทำลายกลไกนี้ได้)
5. ความเครียด  เป็นสาเหตุทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดและการทำงานของร่างกายแปรปรวนในหลายระบบ รวมทั้งการขับถ่ายของเสีย สารพิษ และทำให้ผิวหนังเสื่อมง่าย
6. สารตกค้าง ในอาหารหลายชนิดก็เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายไม่สดใสงดงามได้ อีกทั้งยังเป็นอนุมูลอิสระที่คอยทำให้เซลล์เสื่อมและแก่ชรา เช่น สารกันบูด สารกันรา ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
7. การสูบบุหรี่ อีกสาเหตุที่ทำให้เกิดสารอันตรายเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้หลอดเลือดหดตัว และทำให้การส่งสารอาหารไปตามหลอดเลือดแย่ลง
8. ยาเสพติด ก็ทำให้เกิดสารอันตรายทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ได้เช่นกัน และยังมีสารอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ให้เสื่อม แก่ชรา และอาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้
9. เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น น้ำชา กาแฟ จะทำให้เนื้อเยื่อทั่วร่างกายและผิวหนังขาดน้ำจนเกิดรอยเหี่ยวย่นและเกิดถุงใต้ตาได้ง่าย
10. แสงไฟที่สว่างจากจอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ที่มีรังสีต่าง ๆ จะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีดำมากขึ้นและกระจายสู่หนังกำพร้าได้เช่นเดียวกับแสงอาทิตย์
11. น้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างรวดเร็ว มีผลทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและหย่อนยานอย่างชัดเจน ดังนั้นการควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่จะช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้
วิธีการบำรุงผิว

1. หลีกเลี่ยงสาเหตุทำให้ผิวแห้งเสีย ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุตามที่กล่าวมา เช่น งดการโดนแดดจัดและใช้ครีมกันแดดอยู่เสมอ (สำคัญมาก), ใช้ครีมมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินเอ วิตามินอี และกลูต้าไธโอน ซึ่งจะช่วยช่วยป้องกันการทำลายผิวจากแสงแดดได้บ้าง, งดการสูบบุหรี่ ยาเสพติด สุรา เพราะมีสารอันตรายไปทำลายเซลล์ เป็นอนุมูลอิสระทำให้แก่เร็ว และอาจเป็นโรคร้ายได้ง่ายขึ้นด้วย, ไม่ดื่มชาหรือกาแฟเกินกว่าวันละ 2 แก้ว เพราะจะทำให้เซลล์สูญเสียน้ำ การทำงานของเซลล์ก็จะเสียไป, ในหน้าหนาว ถ้าต้องอาบน้ำอุ่นก็ให้ฟอกสบู่ไว ๆ เพราะถ้ายิ่งถูนานเท่าไรความชุ่มชื้นใต้ผิวก็จะยิ่งถูกดึงออกไปมากขึ้นเท่านั้น ส่วนหลังอาบน้ำก็ให้ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงที่เข้มข้นและทาให้บ่อยขึ้น หรือหลังล้างหน้าเสร็จก็ให้ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นกลับไปทันที โฟมล้าง

2. กินอาหารให้ครบห้าหมู่ อาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ ควรกินผักผลไม้ เพื่อร่างกายจะได้รับกากใยอาหารซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบขับถ่ายส่วนสารอาหารที่ได้จากการกินอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยป้องกันเยื่อหุ้มเซลล์จากการถูกทำลายด้วยขบวนการออกซิเดชั่นได้ เช่น อาหารที่มีวิตามินซี วิตามินอี และแร่ธาตุต่าง ๆ ถ้าเรากินอาหารตามธรรมชาติให้ครบ 5 หมู่ ก็ไม่จำเป็นต้องหาอาหารเสริมมารับประทานกันแล้ว
3. ไม่อดอาหาร อาหารที่ไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการและการจำกัดแคลอรีด้วยการอดอาหาร ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพผิวหนังเพราะจะเป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้อหลวมและกล้ามเนื้อขาดความกระชับมั่นคงแข็งแรง ผิวหนังขาดความมั่นคงแข็งแรง และยังเป็นสาเหตุของปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง เช่น การขาดวิตามินบี 2 วิตามินบี 6 ไนอะซิน ธาตุสังกะสี จะทำให้ผิวหนังแห้งกร้าน มีผื่นแดงบนผิวหนัง เป็นต้น
4. ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ ในแต่ละวันคุณควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว โดยให้ดื่มเรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน น้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำสะอาด เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เนื่องจากน้ำนั้นเป็นส่วนประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ที่จะทำงานได้ดี ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นและเต่งตึงขึ้นได้บ้าง อีกทั้งน้ำยังช่วยกำจัดของเสียออกทางเหงื่อและไต และน้ำยังเป็นสารอาหารที่จำเป็นที่สุดที่ร่างกายต้องการนำกลับมาชดเชยหลังจากออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ อีกด้วย
5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะทำให้เกิดการขับเหงื่อ และในขณะเดียวกันยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวหนังเอาไว้ได้จากการกระตุ้นต่อมผลิตไขมัน การออกกำลังกายจึงช่วยรักษาสุขภาพผิวและคงความชุ่มชื้นของผิวหนัง นอกจากนี้ ยังช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวของคุณดูสดใสเปล่งปลั่งได้มากแต่ถ้าไม่มีเวลามากพอคุณอาจทำกิจกรรมอื่นๆทั่วไปแทนก็ได้ เช่น การล้างรถ การทำสวน เป็นต้น
6. พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพราะในขณะที่คุณหลับ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาเร่งการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายรวมทั้งผิว (Growt hormone) อีกทั้งการนอนหลับอย่างเพียงพอยังช่วยลดปัญหาใต้ตาคล้ำและป้องกันการเกิดถุงใต้ตาได้อีกด้วย
7. อาหารบำรุงผิว การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นั้นส่งผลโดยตรงต่อร่างกายของเรา ถ้าเราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ร่างกายและสุขภาพผิวก็จะดีตามไปด้วยมาดูกันเลยว่าอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและส่งผลดีต่อผิวพรรณนั้นมีอะไรกันบ้างใครถูกใจอาหารประเภทไหนก็สรรหามารับประทานเพื่อเพิ่มความสวยจากภายในสู่ภายนอกกันได้เลย
8. เพิ่มสารอาหารบำรุงผิว การดูแลผิวพรรณภายในทำได้ง่ายๆ เพียงแค่หันมาเลือกรับรับประทานอาหารเสริมหรือเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ที่สามารถช่วยบำรุงผิวได้ให้มีความสดใส สวยงาม และดูดี อย่างเช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และธัญพืช ที่เป็นแหล่งสำคัญของสารอาหารที่ผิวต้องการซึ่งได้แก่
9. ดื่มชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพผิว ซึ่งรายชื่อสมุนไพรที่น่าสนใจก็เช่น ชารางจืด, ชาชุมเห็ดเทศ, ชาเถาย่านางแดง, ชาบอระเพ็ด, ชากำลังเสือโคร่ง, ชากะเม็ง, ชาหญ้าดอกขาว, ชาหญ้าหนวดแมว, ชาหญ้าหวาน, ชาพลูคาว, ชาฟ้าทะลายโจร, ชาเห็ดหลินจือ, ชาเจียวกู้หลาน, ชามะตูม, ชาเขียว, ชาดำ, ชาใบหม่อน, ชาใบแปะก๊วย, ชาใบบัวบก, ชาดอกคำฝอย, ชาดอกกระเจี๊ยบ เป็นต้น โดยใช้ชงดื่มจืด ๆ จะช่วยทำให้สุขภาพร่างกายดีและผิวพรรณงดงามขึ้นได้

10. ดูแลผิวให้ถูกต้องตามวัย การดูแลผิวอย่างถูกต้องตามวัยและตามสภาพผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยทำให้ผิวสวยและคงความอ่อนเยาว์ได้ อย่างเช่น เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น จะเป็นวัยที่มีสิวมาก ควรหาวิธีขจัดความมันและรักษาสิวให้ถูกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิว เมื่อย่างเข้าวัย 20 ปี ควรจะดูแลผิวด้วยการพอกและขัดอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ เพื่อทำความสะอาดและเพิ่มเติมสารอาหารบำรุงผิว พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดด เมื่อย่างเข้าสู่วัย 30 ปี ผิวหนังจะเริ่มแห้งเหี่ยว มีน้ำมันออกมาตามผิวน้อยลง คุณควรเปลี่ยนไปใช้เครื่องสำอางให้เหมาะสม เช่น เครื่องสำอางที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีสารเพิ่มคอลลาเจน ฯลฯ และหมั่นกินอาหารที่มีวิตามินซีจากธรรมชาติทุกวัน เมื่อย่างเข้าสู่วัย 40 ปี ผิวหนังจะแห้งลงมากและพบริ้วรอยมากขึ้น คุณควรใช้ครีมบำรุงที่อุดมไปด้วยน้ำมันเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างยาวนาน ในวัยย่างเข้า 50 ปี ผิวหนังจะหยุดการสร้างคอลลาเจน จนเกิดความหย่อนคล้อยของผิวได้อย่างชัดเจน คุณควรดูแลผิวด้วยการนวดหน้า กินอาหารให้ครบทุกหมู่ ทาครีมบำรุงผิวที่อุดมไปด้วยน้ำมันจากธรรมชาติและสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้ผิวหนังดีขึ้นและชะลอการเสื่อมโทรมลงได้มาก ในวัย 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยชราที่จะมีริ้วรอยเกิดขึ้นมาก คุณควรปลงในเรื่องสังขาร พยายามทำใจให้ได้ ไม่ต้องไปตกแต่งหรือทำศัลยกรรม หมั่นทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ทำบุญ เข้าวัด ฯลฯ โดยที่ยังคงใช้ครีมบำรุงผิว นวดหน้า และดูแลผิวพรรณอยู่เช่นเดิม เพื่อเพิ่มความสง่างามได้ตามวัย

11. เพิ่มน้ำในบรรยากาศ น้ำภายนอกตัวเรานั้นถ้ามีน้อยเกินไปก็จะดึงน้ำไปจากผิวหนังของเรา ทำให้ผิวแห้งตึง ดังนั้นคุณควรจัดบรรยากาศในบ้านให้มีความชุ่มชื้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่คงไม่ต้องถึงกับซื้อเครื่องทำความชื้นมาใช้ก็ได้ แต่คุณอาจทำได้ง่าย ๆ ด้วยการตั้งหม้อน้ำบนเตาไฟรุม ๆ ไว้ แล้วเติมกลิ่นอบเชยหรือบุหงาลงไปเพื่อเพิ่มความหอมกรุ่น หรือจะหาภาชนะสวย ๆ มาใส่น้ำ โอ่งน้ำ หรือแจกันดอกไม้ นำมาตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ของบ้านให้ทั่วก็ได้ โดยน้ำที่ใส่ไว้จะได้ระเหยให้ความชุ่มชื้นไปทั่วบ้านนั่นเอง
12. ใช้ครีมบำรุงผิวหรือโลชั่นบำรุงผิว ที่ให้ความชุ่มชื้นได้ทุกเช้าและเย็น ส่วนประกอบของครีมหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื้นส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยน้ำมัน น้ำ และสารที่เติมลงไปเพื่อช่วยให้น้ำและน้ำมันไม่แยกตัวจากกัน ถ้าส่วนประกอบมีน้ำมากกว่าน้ำมันจะเรียกว่า “โลชั่น” แต่ถ้ามีน้ำมันมากกว่าจะเรียกว่า “ครีม” (โลชั่นจะเหมาะกับคนผิวมัน ส่วนครีมจะเหมาะกับคนผิวแห้ง) โดยจะทำหน้าที่เก็บความชุ่มชื้นไว้ในชั้นน้ำมันบาง ๆ ทำให้ผิวไม่แห้งและเหี่ยวย่น ส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ให้ความชุ่มชื้นนั้น ได้แก่ เยลลีปิโตรเลียม, ลาโนลินิน, กรดสเตียริค, กรดแลคติค, น้ำมันจากแร่ธาตุยูเรีย, สควอรีน, น้ำมันธรรมชาติ, น้ำมันหอมระเหย เป็นต้น

13. การผลัดเซลล์ผิว ผิวพรรณของเรานั้นจะมีการผลัดเซลล์ผิวใหม่ทุก ๆ 4 สัปดาห์ แต่ในผิวชราจะมีการผลัดเซลล์ที่ช้ากว่านั้นจึงทำให้มีเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมอยู่บนผิวของเราจนทำให้ผิวดูหมองคล้ำหยาบกร้านและเหี่ยวย่นได้ ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจากผลไม้อย่าง AHA จะสามารถช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ได้เป็นอย่างดี

14. พอกและขัดผิวกาย การพอกผิวจะช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดดียิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยทำให้สีผิวดูดีขึ้นแล้ว ยังช่วยขจัดน้ำมัน รอยสกปรกและเซลล์ที่ตายแล้วออกไปได้ด้วย ซึ่งคุณสามารถทำเองได้ที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้ผล ดังนี้

  • สูตรน้ำผึ้ง ให้ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1/2 ถ้วย ใส่เปลือกส้มบด 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำส้มสายชูอีก 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันแล้วนำมาทาตัวทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วอาบน้ำชำระล้างออก
  • สูตรมะนาว ถ้าคุณอยากขาเนียนสวยก็ให้ลองเอามะนาวมาผสมกับดินสอพอง จากนั้นนำมาทาให้ทั่วขา ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วล้างออก เพียงเท่านี้ขาของคุณก็จะดูสวยเนียนขึ้นมาแล้วล่ะ
  • สูตรใบเตย ให้ใช้ใบเตย 5 ใบ นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตำให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับไข่ไก่ปริมาณเท่ากัน จากนั้นก็นำมาพอกตัวทิ้งไว้ให้แห้งแล้วจึงล้างออก
  • สูตรแอพริคอต ให้คุณเอาลูกแอพริคอตแห้ง ๆ มาใส่ในน้ำเดือด ปิดฝาแล้วทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นนำผลแอพริคอตเข้าเครื่องปั่นพร้อม ๆ กับองุ่นไม่มีเมล็ดอีกสิบผล แล้วค่อย ๆ โรยนมผงให้ส่วนผสมข้นขึ้น นำมาทาให้ทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น
15. แช่น้ำให้ผิวสวย ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลายสูตร เช่น สูตรแช่น้ำนม ช่วยรักษาผิวไหม้แดดได้ดี, สูตรข้าวโอ๊ต ช่วยให้ผิวเย็นสบายในขณะอาบน้ำ ด้วยการแขวนถุงผ้าที่ใส่ข้าวโอ๊ตประมาณ 2 ถ้วยไว้ที่ก๊อกน้ำในขณะที่เปิดน้ำไว้เต็มอ่าง จากนั้นเอาถุงข้าวโอ๊ตมาถูตัว หรือจะใช้ข้าวโอ๊ตเปียก ๆ ทาผิว แล้วเอาส่วนผสมของนมเปรี้ยวและโยเกิร์ตมาทาอีกที, สูตรผสมน้ำมันหอมระเหยในอ่างอาบ โดยเลือกกลิ่นที่ชื่นชอบ เช่น น้ำมันลาเวนเดอร์ (ช่วยกระตุ้นผิว ลดริ้วรอย), น้ำมันเลมอน (ช่วยถนอมผิว), น้ำส้มสายชูจากแอปเปิ้ล (ช่วยให้ผิวเย็นสบายโดยเฉพาะผิวที่ไหม้แดดและผิวที่มีอาการคันเนื่องจากโดนพันธุ์ไม้พิษ) เป็นต้น, สูตรสมุนไพร จะใช้สมุนไพรชนิดเดียวหรือหลาย ๆ ชนิดรวมกันก็ได้ เช่น สะระแหน่ คาโมมายล์ โรสแมรี่ การบูร ฯลฯ ถ้าเป็นสมุนไพรแห้งให้ใช้ครึ่งถ้วย ถ้าสดใช้หนึ่งถ้วย นำมาใส่ถุงผ้าแล้วแขวนไว้ที่ก๊อกน้ำ เปิดน้ำให้เต็มอ่าง หรือจะเอาถุงไปแกว่ง ๆ ในอ่างเลยก็ได้
Powered by MakeWebEasy.com